[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 112 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



 

  

   เว็บบอร์ด >> กิจกรรมต่างๆ >>
  VIEW : 500    
โดย

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 6381
ตอบแล้ว : 761
เพศ :
ระดับ : 68
Exp : 84%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 115.87.200.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 25 เดือน เมษายน พ.ศ.2565 เวลา 14:09:53      แก้ไขกระทู้ ปักหมุดและแบ่งปัน

กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมการที่จะ “ผลักดัน” ให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น (endemic disease) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 หรืออีก 3 เดือนนับจากนี้ไป ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับวันละไม่ต่ำกว่า 20,000 คน หรือหากรวมตัวเลขคนติดเชื้อที่เข้าข่าย/ATK ในแต่ละวันเข้าไปด้วยก็น่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อข้างต้น “ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่ก็ยังไม่เพิ่มสูงขึ้นมากไปกว่านี้”
สำหรับเกณฑ์ในการพิจารณาให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้กำหนดไว้ 4 เกณฑ์ ประกอบไปด้วย 1) ต้องมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 10,000 คนต่อวัน 2) อัตราป่วยตายน้อยกว่าร้อยละ 0.1
 
  • คนละครึ่งเฟส 5 แย้มสูตรการแจก รัฐจ่าย 25% ประชาชนจ่ายเกินครึ่ง
  • ทำไมอินเดีย ถึงซื้อน้ำมันรัสเซียราคาถูกได้ ทั้งที่คงความเป็นมิตรกับสหรัฐ
  • รัสเซียเปลี่ยนใจ ถล่มโรงงานเหล็กในเมืองมาริอูปอลอีกครั้ง
3) การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่าร้อยละ 10 และ 4) กลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง (ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง) ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 โดส มากกว่าร้อยละ 80
เหตุที่กระทรวงสาธารณสุข “กล้า” ที่จะผลักดัน คาสิโนออนไลน์ ให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น น่าจะมาจากความเชื่อที่ว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) มีความรุนแรงของโรค “น้อยกว่า” สายพันธุ์ก่อนหน้านี้คือ สายพันธุ์เดลต้า (Delta) ด้วยการวัดจากตัวเลขผู้ป่วยหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจลดลง
ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับไม่ได้ลดลง กล่าวคือ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นมา เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิต 60-80 รายทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย ปะปนกันไป
แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ยังคง “เดินหน้า” ต่อไป ล่าสุดทางคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติก็ได้ให้ความเห็นชอบ แผนรองรับการเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น โดยแบ่งออกเป็น 4 เดือน หรือที่เรียกกันว่า “แผน 3 บวก 1” ดังนี้ ระยะที่ 1 (12 มี.ค.-ต้น เม.ย.) เรียกว่า combatting สาระสำคัญของแผนระยะนี้ก็คือ ต้องออกแรง “กดตัวเลข” ผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงไปกว่านี้ เพื่อลดการระบาด ลดความรุนแรงของโควิด-19
ระยะที่ 2 (เม.ย.-พ.ค.) เรียกว่า plateau คือ การคงระดับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้สูงขึ้น แต่ให้เป็นระนาบจนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อย ๆ ระยะที่ 3 (ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย.) เรียกว่า declining คือ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลง ให้เหลือวันละ 1,000-2,000 ราย





Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5


Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5